เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเปลี่ยน 11 ตัวจริง

โจ โกเมซ มีปัญหาอาการเดี้ยง ขณะที่เซนเตอร์แบ็กอาชีพอีกคนอย่าง โฌแอล มาติป ก็มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อ ทำให้ ฟาบินโญ่ ได้โอกาสลงไปยืนเซนเตอร์จำเป็นคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์
นอกนั้นระบบการเล่นยังคงเป็น 4-3-3 แดนกลางยังใช้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยืนต่ำเป็นตัววางบอลยาว และมี จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กับ นาบี เกอิต้า ใช้พลังขับเคลื่อนเกมคู่กัน   ufa1688 
ฟูลแบ็กขวา-ซ้าย ยังไงก็ต้องใช้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ส่วน 3 ประสานแดนหน้า ฟันธงว่ายังไม่เปลี่ยนไปจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่
ที่น่าดึงดูดใจคือบนม้านั่งสำรอง เยือร์เกิน คล็อพ ใส่ชื่อ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ห้องเครื่องแดนกลางเวิลด์คลาสที่เพิ่งเซ็นสัญญามาหมาดๆ เอาไว้ด้วย ส่วน ดีโอโก้ โชต้า ศูนย์หน้าตัวใหม่ล่าสุดยังไม่มีชื่อ เนื่องจากลงทะเบียนกับ Premier League ไม่ทันแข่ง
  แค่ 11 ตัวจริงฟูลทีมมาสู้กัน ฝั่งหงส์แดงก็เหนือกว่า และมีระบบทีมที่ลงตัวกว่าอยู่แล้ว 
นี่สิงห์สำอางยังอยู่ในสภาพขาดนักเตะที่น่าจะเป็นตัวจริงของทีม Season นี้ไปพร้อมกันถึง 4 คน จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทีมไหนจะเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่า
ยังไงก็ตาม แชมป์เก่ายังไม่ได้สร้างความระคายเคืองอะไรให้เจ้าถิ่นได้มากนัก ต่อให้ไล่บี้จนลูกทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องหลังพิงฝาและตั้งเกมไม่ได้เลยก็เถอะ
ถ้าจะหาช็อตที่ หงส์แดง ได้ลุ้นประตูเยอะที่สุดในครึ่งเวลาแรก น่าจะเป็นจังหวะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ปั๊มบอลได้จาก รีซ เจมส์ แล้วบอลลอยกระเด้งไปถึงบริเวณกรอบเขตโทษฝั่งขวา ซึ่ง เกปา วิ่งออกจากเส้นประตูอย่างลนลานแล้วก็ตามไปขวาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่สำเร็จ 
สตาร์ทีมชาติอียิปต์ใช้ความเร็วถึงบอลก่อน แล้วปาดเรียดให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เกือบได้ยิงโล่งๆ ที่เสาแรก ยังดีที่ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ตามมาช่วยบล็อคออกหลังทันหวุดหวิด 
นั่นคือสัญญาณตั้งแต่ช่วงต้นเกมแล้วว่าเกมรับของสิงห์บลูไม่ค่อยนิ่งพอเท่าไร เหลือแค่รอดูกันว่าเกมรุกของแชมป์เก่าจะลงโทษพวกเขาได้ตอนไหนเท่านั้น
การเพรสซิ่งสูงและเร็วของหงส์แดงลิเวอร์พูล ทำให้ทีมเชลซีส์ผ่านบอลกันไม่แม่นยำ โดยที่ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่เล่นเป็นหน้าเป้ายิ่งไร้ตัวตนมากขึ้นไปอีก
เมื่อเชลซีเซตเกมขึ้นหน้าไม่ได้ การผ่านบอลคืนหลังบ่อยครั้งจึงกลายเป็นภาพวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผู้เล่นคนเดียวของเจ้าถิ่นที่พอจะสร้างปัญหาให้หงส์แดงลิเวอร์พูลได้ คือ ติโม แวร์เนอร์ 
แต่นั่นก็คือการที่ศูนย์หน้าทีมชาติเยอรมนีใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงจี้เข้าเล่นงาน เรายังไม่เห็นทีมเวิร์คที่มีประสิทธิภาพในเกมรุกของลูกทีม แฟร้งค์ แลมพาร์ด เลย
ยังไงก็ตาม ตราบใดที่สกอร์ยังคงเสมอ 0-0 และ หงส์แดงลิเวอร์พูล ยังไม่ได้มีจังหวะยิงที่อันตรายนักในครึ่งเวลาแรก ทำให้สิงห์บลูยังคงอยู่ในเกม 
จนกระทั่งมันมาเกิดจุดเปลี่ยนที่ทำให้หงส์แดงกุมความได้เปรียบอย่างเบ็ดเสร็จ ในนาทีสุดท้ายของครึ่งเวลาแรก
เหตุการณ์มันเริ่มต้นจากจังหวะที่สิงห์บลูดันสูงขึ้นไปเอาประตูไม่สำเร็จ เมื่อ รีซ เจมส์ เติมขึ้นไปครอสบอลจากฝั่งขวาโค้งไปที่เสาไกล แต่ มาร์กอส อลอนโซ่ โหนโหม่งเกินไป จึงโดนใต้บอล แล้วก็ทำให้ อลีสซง เบ็คเกอร์ กระโดดคว้าไว้ได้แบบสบายๆ 
อลีสซง ไม่รอช้า รีบปล่อยบอลให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สบโอกาสวางยาวสวนเร็วขึ้นหน้าทันที เพราะในแดนหน้ามันมีพื้นที่เหลือเฟือให้ ซาดิโอ มาเน่ ใช้ความเร็วแซงคู่เซนเตอร์แบ็กของเจ้าถิ่น เพื่อลุ้นทำประตูในจังหวะหลุดเดี่ยว
อันเดรียส คริสเตนเซ่น ที่เป็นฮีโร่ไม่ให้ทีมเสียประตูเร็วช่วงต้นเกม กลับกลายเป็นผู้ร้ายในช็อตนี้ เมื่อตัดสินใจเข้าไปล็อคคอ มาเน่ อย่างไม่มีชั้นเชิง 
ซึ่งในฐานะกองหลังตัวสุดท้าย ตามกฎกติกายังไงเขาก็ต้องโดนใบแดง
ตัวเขาและแฟนเชลซีอาจโล่งใจในทีแรกที่เห็น พอล เทียร์นี่ย์ แจกแค่ใบเหลือง 
แต่การตัดสินช็อตกังขาที่มันควรเป็นใบแดงมากกว่า คือหนึ่งในเงื่อนไขที่ วีเออาร์ ต้องเช็คให้ละเอียด และสุดท้ายผู้ตัดสินก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไล่กองหลังทีมชาติเดนมาร์กออกไป
แม้สกอร์ครึ่งเวลาแรกยังเสมอกัน 0-0 แต่ เจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ รู้ดีว่า ต่นสังกัดของเขากุมความได้เปรียบทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว เหลือแค่รอเวลาเผด็จศึกเท่านั้น
___________________________
ทันทีที่เริ่มครึ่งเวลาหลัง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตัดสินใจเพลย์เซฟด้วยการส่งเซนเตอร์แบ็กอย่าง ฟิคาโย่ โทโมรี่ ลงสนาม เพื่อให้กองหลังยังมี 4 คนเช่นเคย โดยถอด ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ยังเล่นไม่เป็นชิ้นเป็นอันออกมา
ส่วนทางฝั่งทีมเยือนที่ได้เปรียบตัวผู้เล่น โชว์ให้เห็นว่าพวกเขามองถึง 3 คะแนนเต็ม ด้วยการรีบถอด จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ออก แล้วส่งห้องเครื่องแดนกลางที่พลิกบอลได้ไวกว่า และออกบอลโจมตีได้แม่นยำกว่าอย่าง ติอาโก้ อัลกันตาร่า ลงสนามทันที
หงส์แดง พับสนามบุกใส่เต็มรูปแบบทันที ก่อนจะขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่ยังไม่ทันครบ 5 นาทีของครึ่งเวลาหลัง จากจังหวะที่ ฟีร์มิโน่ ทำชิ่ง 1-2 กับ ซาลาห์ แล้วตักบอลไปหน้าประตูให้ ซาดิโอ มาเน่ โขกเหน่งๆ โดยที่ รีซ เจมส์ ตามเกาะติดพลาด
เชลซี เป็นรองทั้งสกอร์และจำนวนผู้เล่น ก่อนจะมาตายสนิทด้วยความผิดพลาดโง่ๆ ของตัวเอง เมื่อ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ชักช้าไม่ยอมรีบหวดบอลที่ ฟิคาโย่ โทโมรี่ จ่ายคืนหลังให้มันพ้นหน้าปากประตูไวๆ 
พอเขาตัดสินใจจับบอลก่อนหนึ่งจังหวะ กลายเป็นเปิดโอกาสให้ ซาดิโอ มาเน่ วิ่งจี้เข้าไปจนกระชั้นชิด แล้วสุดท้าย เกปา ก็เตะไปติดปีกทีมชาติเซเนกัลซะเอง และมั่นใจว่าสตาร์เจ้าของเสื้อเบอร์ 10 หงส์แดงไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย
หงส์แดงลิเวอร์พูล ออกนำห่างถึง 2-0 ตั้งแต่ยังไม่ทันครบหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม โดยที่รูปเกมก็เหนือกว่าหมดทุกอย่าง ถ้าเจ้าถิ่นจะเก็บคะแนนได้ ต้องใช้ปาฏิหาริย์ช่วยเท่านั้น
ก่อนเข้าช่วง 15 นาทีสุดท้าย ความขยันและความสามารถเฉพาะตัวของ ติโม แวร์เนอร์ ช่วยให้เชลซีได้จุดโทษ ถ้าหากสิงบลูเชลซียิงไม่พลาด อะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาที่เหลือ
แต่เมื่อ อลีสซง เบ็คเกอร์ ไม่ยอมหลงกลวิธีกระโดดยิงจุดโทษท่าจิงโจ้ของ จอร์จินโญ่ เป็นอันว่าสิงห์บลูหมดหนทางที่จะเปลี่ยนโมเมนตัมให้กลับมาหาตัวเองอีก และก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้นัดที่หนึ่งของฤดูกาลไป
แม้ หงส์แดง จะชนะได้แบบสบายๆ จากการที่เจ้าถิ่นเหลือผู้เล่น 10 คน บวกกับความผิดพลาดระดับเด็กประถมของ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า 
แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ได้เห็นระดับคลาสที่ยังห่างชั้นกันเยอะ ระหว่างทีมที่อยากจะลดช่องว่าง กับทีมที่ต้องการคว้าแชมป์ 2 ปีซ้อน
หงส์แดงลิเวอร์พูล ยังแสดงให้เห็นถึงความหิวกระหาย เมื่อวิ่งเข้าหาบอลทุกจังหวะ และพยายามเดินเกมในแบบที่คู่แข่งรับมือยากที่สุด
เกมรับที่ตอนแรกดูน่าเป็นห่วง จากการที่ ฟาบินโญ่ ต้องลงเป็นเซนเตอร์แบ็กจำเป็น กลายเป็นว่าดาวเตะทีมชาติบราซิลโดดเด่นในเกมรับยิ่งกว่าใคร เมื่อโชว์คลาสในการอ่านทางบอลคู่แข่ง และเป็นเจ้าของ Stats เข้าปะทะสำเร็จเยอะที่สุด (4 ครั้ง) และดักตัดบอลเยอะที่สุด (4 หน) ของทีมเยือน
อลีสซง เบ็คเกอร์ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดเจนขึ้นไปอีก ว่าระหว่างเขากับ เกปา ใครกันแน่ที่เป็นการลงทุนมหาศาลที่คุ้มค่าสำหรับตำแหน่งนายประตู 
แม้จะออกแรงเซฟไม่เยอะ แต่จอมหนึบทีมชาติบราซิลก็มีความแน่นอน และมีสมาธิกับทุกวินาทีในสนาม โดยนอกจากป้องกันจุดโทษจาก จอร์จินโญ่ ได้แล้ว ยังไม่ยอมเสียท่าให้จังหวะยิงเร็วช่วงท้ายเกมของ แทมมี่ อับราฮัม ด้วย 
เมื่อหันไปดูที่Chelseaคุณก็จะเห็นได้ว่า 2 นัดที่ผ่านมานี้ พวกเขายังเป็นไปได้ด้วยจุดอ่อน 
ผู้รักษาประตูค่าตัวแพงที่สุดในโลกที่ยังไว้ใจไม่ได้ ขณะที่นายประตูคนใหม่ที่กำลังจะมา ก็ไม่รู้ว่าจะดีกว่ากันขนาดไหน
การแก้เพรสซิ่งจากคู่แข่งที่ยังทำได้ไม่ดีพอ, การหาทางให้สตาร์ค่าตัวแพงๆ ที่ลงทุนทุ่มเงินซื้อเข้ามา เล่นพร้อมกันได้อย่างเข้าขาเยอะที่สุด และการเดินเกมรุกโดยที่เป็นทีมเวิร์คมากกว่าความสามารถเฉพาะตัว คือการบ้านกองโตที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องไปปรับอีกพอสมควร
แลมพาร์ด มีโอกาสทดสอบทีมในเกม คาราบาว คัพ รอบ 3 คืนวันพุธนี้ ที่จะเปิดบ้านพบทีมจากแชมเปี้ยนชิพอย่าง บาร์นสลี่ย์ ก่อนที่จะมีโอกาสแก้ตัวในเกมลีกนัดหน้า ที่จะบุกเยือนทีมบ๊วยอย่าง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คืนวันเสาร์
กลางอาทิตย์นี้ เราคงได้เห็นนักเตะอย่าง วิลลี่ กาบาเยโร่, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงพิสูจน์ตัวเองว่าพร้อมแย่งตำแหน่งตัวจริงกับบรรดาแข้งใหม่ หรือไม่แน่ว่ามันอาจเป็นโอกาสให้ ติโม แวร์เนอร์ กับ ไค ฮาแวร์ทซ์ ทำความคุ้นเคยกับฟุตบอลเมืองผู้ดีเพิ่มก็ได้
ส่วน เจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ คงพักตัวหลักยกชุด และส่งแข้งสำรองลงยกทีมในเกมบอลถ้วยเหมือนที่เคย สำหรับเกมลุกเยือนทีมจาก ลีก วัน อย่าง ลินคอล์น ซิตี้ คืนวันพฤหัสบดีนี้ 
เพราะ Program เกม Premier League นัดที่ 3 ของพวกเขาคืนวันจันทร์หน้า ยังคงเป็นงานหนัก นั่นคือการพบกับ ไอ้ปืนใหญ่ ที่เก็บ 6 คะแนนเต็มมาเหมือนกัน
ซึ่งต้องไม่ลืมว่า มิเกล อาร์เตต้า สามารถนำทีมปืนใหญ่โค่นหงส์แดงมาแล้วถึง 2 ครั้งด้วย เขาต้องมีทีเด็ดอะไรสักอย่าง ที่สร้างความลำบากให้แชมป์เก่าได้แน่
.
สิ่งที่ฟ้องชัดเจนจากความพ่ายแพ้ของเชลซี ในเกมบิ๊กแมตช์คืนวันอาทิตย์ นั่นคือการทุ่มเงินซื้อนักเตะดังๆ เข้ามาเสริม มันยังไม่ใช่เรื่องที่สำคัญมากเท่าในการวางระบบทีมที่ลงตัว
ยิ่งChelseaมีผู้เล่นใหม่ที่คว้าจากต่างแดนเข้ามาในช่วงฤดูร้อนนี้มากเท่าไร การทำให้ทีมเล่นได้อย่างเข้าใจกันโดยเร็ว อาจเป็นเรื่องยากมากเท่านั้น
แฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องการเวลาอีกมาก ถ้าคิดจะทำให้สโมสรของเขาอยู่ในมาตรฐานที่ใกล้เคียงกันกับ หงส์แดงลิเวอร์พูล ให้ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *